ห่างหายจากการอัพบล๊อกไปนานมาก ๆ เลยค่ะ ก็มัวแต่ยุ่งกับตัวเล็ก ๆ ทั้งสองคน ปิดปีใหม่ก็ไม่สบายกันระนาวเลย ไม่ได้ไปเที่ยวไหน วันนี้ได้โอกาศดีมาอวยพรให้คุณ ๆ มีความสุขกันทั่วหน้าแล้วกัน
อยากเล่าค่ะวันนี้ อยากสะท้อนสังคมเรื่องความซื่อสัตย์ของเด็กไทย
เมื่อวาน (05/01/53) เปิดร้านวันแรก ก็อยู่ร้านน่ะ (ตามปกติ) กำลังยุ่ง ๆ เคลียร์บัญชีเงินอยู่ ลูกค้าอายุประมาณสิบแปดไม่เกินยี่สิบก็เดินมาให้คิดตังค์ค่าเครื่อง(ค่า ชม.น่ะ ตั้งเวลาไว้) แจ้งไปว่า 9 บาท ลูกค้าก็ส่งเงินมา เหรียญสิบบาท เราก็คิดว่าเออเก้าบาททอนบาทนึงนะ แต่ด้วยความยุ่ง คิดว่าเก้าบาท ก็หยิบทอนไป(โดนไม่รู้ตัว ทอนเก้าบาทคิดว่าบาทนึง) ทวนนับต่อหน้าลูกค้า เก้าบาท เพราะเราเองก็กำลังเคลียร์ตังค์ เพื่อความถูกต้องให้ลูกค้า ลูกค้าก็รับไป
พอลูกค้ารับไปออกไปแล้ว ก็คิดว่าเออเราทอน บาทนึง หรือ เก้าบาทนะ พอเคียร์ตังค์เสร็จ เงินขาดค่ะ เก้าบาท ก็เลยคิดว่า ความซื่อสัตย์ของเด็กไทย หายไปไหนหมด จริง ๆ ร้านเราเองก็มีเยอะ เห็น ๆ แต่ก็ไม่ค่อยได้เล่าสู่กันฟัง วันนี้แค่อยากเล่น เงินเก้าบาทตอนนี้ อนาคตคงไม่ใช่แค่หลักสิบนะ ถ้ามีโอกาสคงเป็นหลักล้าน
เราเอง เงินทอนเกินก็คืนให้คนขายของ ถ้าลูกค้าลืมของ ถ้าเราเห็น เราก็จะเก็บไว้จนกว่าลูกค้าจะมาเอาคืน ถ้านานม๊าก ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ก็คิดว่าลูกค้าคงไม่มาเอา ก็มักจะทิ้งไป ทำไมนะ เด็กไทยจึงเป็นอย่างนี้
ยิ่งช่วงปริ้นงานวิทยานิพนธ์นะ ไม่ต้องพูดถึงเลย โกงเห็น ๆ เคยนะ เคยได้ยินเด็กบอกว่า พี่ไม่เค้ารู้หรอก เอาออกไป ไม่ต้องให้นับหมด (เมื่อก่อนเชื่อใจเด็ก นึกว่าจะเหมือนเรา ให้ปริ้นเสร็จก็มานับไง) พอเด็กหันมาเห็นเราได้ยิน เราก็ยิ้มไป เด็กก็ทำหน้าไม่ถูกเลย มันแก้ยาก ได้แต่ป้องกัน จริง ๆ ก็ติดกล้องไว้นะ อยากดูก็มาดู แต่ก็อย่างว่า ลูกค้าจะตามไปเอาเงินก็ลำบากนะ ก็ได้แค่คอยจดยอดเงินตลอดเวลาปริ้นออกมา เช็คบิลทีเดียว นี่แหละเด็กไทย อนาคตของชาติ
เรามักจะสอนลูกให้ซื่อสัตย์อยู่เสมอ แบ่งปัน และมีน้ำใจ ตอนนี้เค้ายังไม่ห้าขวบ แค่รู้ว่าซื้อของต้องจ่ายตังค์ก็ถือว่าสำเร็จไปหน่อยแล้ว ปลูกฝังเค้าเสมอ ไม่ให้เบืยดเบียนใคร
วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น